_____แต่ละวันฉันมักจะหมกมุ่นกับการครุ่นคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวฉัน พลังที่ขับเคลื่อนฉัน และมันส่งผลออกมาอย่างไร และอีกหลายครั้งเช่นกันที่ฉันใช้ศิลปะเป็นตัวกลางในการทำความเข้าใจตัวเอง ภาพวาดของฉันจึงสามารถบอกได้อธิบายความรู้สึกอารมณ์ ณ ขณะนั้นได้อย่างชัดเจน ฉันทำบล็อกนี้ขึ้นมาเพียงเพื่อเก็บรวมความรู้สึกเหล่านั้น___KKK

01 April 2012

Fasionist: ไม่ใช่แค่ภาพวาดแนวแฟชั่นนิสต์ แต่คือชีวิตที่เหลือต่อจากนี้

_______ตอนเรียนมัธยมฉันมีความคิดที่จะเข้าเรียนต่อในคณะพวกศิลปะ  โดยเฉพาะFashion Design ก็เลยมีภาพวาดแนวแฟชั่นอยู่เยอะ เอามาลงให้ดูนะ  (บทความนี้ขอไม่พูดเยอะละกัน^^)
Concept: Light  ด้วยความชอบรูปลักษณ์และสีสันของโคมไฟ  ที่มีความหลากหลาย  โดยเฉพาะโคมไฟในงานParty
 ที่มีความสวยงามและสนุกสนาน  จึงนำแนวคิดนี้มาออกแบบชุดงานPartyที่ฉูดฉาด  และสนุกรื่นเริง
Light 2
Partof my life:  งานออกแบบจากภาพถ่ายจริงแต่นำมาเพิ่มองค์ประกอบในส่วนของเสื่้อผ้า
เป็นงานที่มีกลิ่นไอของนักแสดงละครใบ้  ซึ่งคนอื่นอาจจะมองเห็นแค่เพียงมุมของความสนุกสนาน  แต่จิตใจภายในที่ถูกปกปิด  ที่เก็บซ่อนอารมณ์  เหงา และเศร้าไว้ภายใจ  เครื่องแต่งกายจะออกมาในลักษณะผสทผสานระหว่างความเก่าและใหม่
ความร่าเริงและเศร้าหมอง
ออกแบบเครื่องแต่งกายของคนรุ่นใหม่  ที่นำแนวคิดจากเครื่องแต่งกายของชาวเขาที่เน้นการ  ถัก ปัก ย้อม   ผูก
แต่นำมาประยุกต์ด้วยการใช้สีสันที่สดใส  เนื้อผ้าที่บางเบาเพื่อให้เหมาะกับลักษณะนิสัย  กิจวัตรของผู้สวมใส่


แกะดำ:  งานออกแบบจากราศีเกิด (ราศีเมษ)  ชุดนี้คลี่คลายจากลักษณะของแกะ  ทั้งเขา  ขน ส่วนหน้าท้อง  มองผ่านๆจะไม่รู้ว่าเป็นชุดสัตว์  หรือคนเลียนแบบสัตว์  ซึ่งเป็นตัวแทนของอิทธิพลราศีเกิดที่แฝงอยู่ในตัวบุคคล
เลียน:  :วาดภาพแนวแฟชั่นจากภาพคนจริงในนิตยสารCheeze
ผสานเอกลักษณ์ที่เป็นแนววาดของตัวเองที่มีความแข็งกระด้าง และเป็นภาพ2มิติ

เป็นชุดที่ตัดเย็บจริงแล้วทั้งหมด ในช่วงSUMMERปี2010  ตอนอยู่บ้านว่างมาก และไม่รู้จะทำอะไร
เลยเอาเสื้อผ้าแม่มาREMAKEใหม่  เป็นแนวVINTAGEที่ร่วมสมัย  ตามภาพค่ะ
บางคนอาจจะเคยเห็นฉันใส่เสื้อผ้าพวกนี้นะ^^
3 Styles:  วาดจากชุดจริงที่มีอยู่  กับรูปลักษณะของตัวเองจริงๆในช่วงเวลานั้น^^ 
Wedding Suit: อันนี้วาดเล่นไม่ได้จะออกแบบจริงจัง  สงสัยช่วงนั้นจะมีความรักนะ^^

อันนี้เป็นงานแสดงวิธีการตัดเย็บเข็มขัดดอกกุหลาบ  ทำจริงออกมาแล้วด้วย บางคนอาจจะเคยเห็นฉันใส่อยู่^^
ออกแบบไว้นานมากแล้ว  แต่เมื่อซักอาทิตย์ก่อนไปเดินแถวฟิวจอร์  เจอเข็มขัดดอกไม้วางขาย รู้สึกงง!!เอาอีกแล้วไอเดียฉันเริ่มออกมาวางจำหน่ายอีกอย่างแล้ว  เหอะๆบางอย่างฉันคิดได้นะ  แต่ยังไม่ว่างทำออกมาขาย  ก็เลยกลายเป็นว่าส่วนแบ่งทางการตลาดไปตกอยู่ในมือคนอื่นหมดเลย=="


_____งานที่เอามาให้ดูทั้งหมดนี้ออกแบบ  วาดเก็บไว้นานมากแล้วน่าจะประมาณม.๕-ม.๖  บางอันเลยอาจจะดูเชย  ตื้นเขิน  คิดน้อย  แต่อยากให้เข้าใจว่านี่คือก้าวแรกๆของการพัฒนาฝีมือ  การออกแบบ การวาด การคิดของฉัน  สำหรับฉันแล้วฉันค่อนข้างภูมิใจกับมันมาก  ฉันเห็นก้าวแรกของฉันตรงนี้  ตรงความชอบความสนใจเรื่องเสื้อผ้า  เครื่องแต่งกาย  ก้าวต่อไปของฉันนั้น  ฉันกำหนดมันค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าจะไปทิศทางไหน  อยู่ที่ว่าจะทำมันได้จริงมากน้อยแค่ไหนเท่านั้น


_____สำหรับคนที่สนิทกับฉันคงพอรู้ว่าที่บ้านฉันมีกิจการเล็กๆเป็นร้านตัดเสื้้อผ้า  พ่อฉันทำธุรกิจนี้้เพียงอย่างเดียวเลี้ยงลูกทั้งสามคน  มันเป็นสิ่งที่ฉันภูมิใจมากและคิดว่าพ่อคงภูมิใจในจุดนี้เช่นกัน  สำหรับฉันแล้วฉันมองพ่อของฉันเจ๋งมากกกกกก พ่อเป็นเจ้าของกิจการเองตอนอายุ21  สำหรับชีวิตพ่อแล้วพ่อต้องต่อสู้  ดิ้นรน  มุ่งมั่น  อดทน มาไม่น้อยเลยกว่าจะมาเป็นเจ้าของกิจการเองได้  พ่อฝ่าวิกฤติยุคเสื้อผ้าสำเร็จรูปมาได้  ในขณะที่เพื่อนร่วมอาชีพต้องล้มเลิกกิจการไปทำอาชีพอื่นกันหมด  แต่พ่อของฉันยังยืนหยัดอยู่ได้ พ่อยังคงตัดเสื้อผ้าในราคาที่ถูกมากเมื่อเทียบกับราคาท้องตลาดแล้ว  เพียงเพราะว่า"พ่อไม่อยากเอาเปรียบคนอื่น  ทำเอาพอดีๆพอ" จนตอนนี้พ่อทำอาชีพนี้เพียงอย่างเดียวมาเกือบจะ40ปีแล้ว  พ่อคงมีความผูกพันกับอาชีพ กับลูกค้า  กับเครื่องมืออุปกรณ์ของพ่อทุกชิ้นไม่น้อยเลย

_____กลับมามองดูชีวิตฉัน  ซึ่งฉันเฝ้าครุ่นคิดมานานว่าอะไรเป็นจุดแข็งของฉัน  ถ้าการทำงานจริงต้องPUT THE RIGHT MAN ON THE RIGHT JOB แล้ว อะไรคือ RIGHT JOBของฉัน  สิ่งไหนที่ฉันทำได้ดี ฉันได้เปรียบเมื่อเทียบกับคนอื่น สิ่งไหนที่ฉันพร้อมทำมันไปตลอดชีวิต  เมื่อลองย้อนมองต้นทุนที่ตัวเองมี  กลับพบเพียงแค่ข้อเสียเปรียบหลายอย่าง อาทิว่า  ไม่มีเส้นสาย  ความรู้บริหารงูๆปลาๆ หมดความกระตือรือร้นที่จะเรียนต่อ  แล้วฉันจะทำอย่างไรต่อไปดี??  ฉันหาคำตอบมานาน แต่สิ่งที่พบก็มีแค่เพียงคำว่า"เรียนไปให้จบก่อน"ซึ่งในความเป็นจริงมันไม่ค่อยดึงดูดใจให้ตั้งใจเรียนเท่าไหร่เลย  จนวันนึงจึงคิดได้ว่าการทำธุรกิจของตัวเองนั้นน่าจะเป็นทางที่โตได้เร็วที่สุด  ขึ้นอยู่กับความขยัน  การรู้จักเปิดช่องทางทางธุรกิจ  การบริหารจัดการ  ซึ่งถ้าเป็นทางนี้แล้วสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุดก็คือร้านของพ่อนั่นเอง  เมื่อมองอย่างรอบด้านแล้ว  มันดูลงตัวจนฉันรู้สึกว่าสิ่งนี้แหละคืองานที่รอให้ฉันกลับไปทำตั้งนานแล้ว  คุณคงไม่รู้หรอกว่าฉันชุ่มชื่นใจแค่ไหนที่คิดเรื่องนี้ขึ้นมาได้ หัวใจฉันพองโตแค่ไหนคุณไม่รู้หรอก^^

-----พ่ออายุครบ60ปีพอดี เมื่อฉันเรียนจบ  ซึ่งเป็นเวลาพอควรแล้วที่พ่อน่าจะพักจากงานหนักที่พ่อทำมาตลอดชีวิต  การใช้สายตาวันละหลายๆชั่วโมงเป็นระยะเวลานานเกินไปอาจส่งผลต่อสุขภาพตาในบั้นปลายได้  การที่จะมีใครขึ้นมาเป็นช่างตัดผ้าเบอร์หนึ่งต่อจากพ่อนั้น  จะมีใครอีกที่จะเหมาะสมกว่าลูกสาวของพ่อเอง^^
-----การที่เราจะลงทุนอะไรนั้น  มันจะดีกว่ามั้ยถ้าเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ที่เป็นของเราเอง  การตกแต่งร้านให้สวย ทันสมัย เท่ากับแต่งบ้านให้สะดวกสบาย  คนในบ้านก็สบายใจไปพร้อมกัน(ร้านตัดผ้าของพ่อก็คือบ้านของพวกเรานั่นเอง^^)
-----จะมีอะไรดีไปกว่าการได้ทำงานที่บ้าน  เป็นนายตัวเอง  เหนื่อยแล้วยังมีตักแม่ให้หนุน  วันไหนได้เงินมาก็เอามาเลี้ยงข้าวพ่อแม่วันนั้นได้เลยไม่ต้องรอพ่อแม่ไปธนาคารเพื่อเบิกเงิน ได้กินข้าวฝีมือแม่ทุกมื้อ  ไม่ต้องแต่งตัวสวยเพื่อแข่งกับใคร ไปต้องสรรหาสินค้าแบรนด์  ไม่ต้องแคร์สายตาคนบนรถไฟฟ้า  จะมีอะไรดีกว่านี้อีก^^
------ท้ายสุด ฉันรักเหลือเกินที่ตัวเองเป็นแบบนี้  ฉันรักในนิสัยเด็กๆของฉัน  ความตรงไปตรงมาของฉัน  ฉันกลัวว่าถ้าหากฉันพลัดตกเข้าไปอยู่ในวงการคนใส่หน้ากาก  วงการการเลียแข้งขา วงจรการกินตามน้ำหรือทวนน้ำ  มันจะหล่อหลอมให้ฉันกลายเป็นคนแบบนั้น  ฉันไม่ปรารถนาอย่างที่สุดที่จะโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่ฉ้อฉล  จำนนต่ออำนาจเหนือกว่า  ฉันอยากจะเป็นแบบนี้  พร้อมจะตายไปแบบคนแก่นิสัยเด็กแบบนี้

_____หนทางของฉันเหมือนจะง่ายแต่มันไม่ง่ายเลย  พ่อเคยบอกว่า"ถ้าจะเย็บผ้าก็ไม่ต้องไปเรียนหนังสือ"  ฉันไม่ยินดีเป็นแน่ที่จะยื่นมือสิบนิ้วไปขอกิจการจากพ่อ  ฉันจำเป็นต้องพิสูจน์ให้พ่อเห็นว่า  สิ่งนี้ที่เลือกไม่ได้เกิดจากความจำนนหนทาง  แต่มันคือการ"เลือกทางที่ดีที่สุด"สำหรับตัวเองแล้ว  ฉันจะพยายามทำมันให้ดีที่สุด  ขอให้คุณเป็นกำลังใจให้ฉันด้วย___KKK

1 comment: