_______ตอนเรียนมัธยมฉันมีความคิดที่จะเข้าเรียนต่อในคณะพวกศิลปะ โดยเฉพาะFashion Design ก็เลยมีภาพวาดแนวแฟชั่นอยู่เยอะ เอามาลงให้ดูนะ (บทความนี้ขอไม่พูดเยอะละกัน^^)
 |
Concept: Light ด้วยความชอบรูปลักษณ์และสีสันของโคมไฟ ที่มีความหลากหลาย โดยเฉพาะโคมไฟในงานParty
ที่มีความสวยงามและสนุกสนาน จึงนำแนวคิดนี้มาออกแบบชุดงานPartyที่ฉูดฉาด และสนุกรื่นเริง |
 |
| Light 2 |
 |
Partof my life: งานออกแบบจากภาพถ่ายจริงแต่นำมาเพิ่มองค์ประกอบในส่วนของเสื่้อผ้า
เป็นงานที่มีกลิ่นไอของนักแสดงละครใบ้ ซึ่งคนอื่นอาจจะมองเห็นแค่เพียงมุมของความสนุกสนาน แต่จิตใจภายในที่ถูกปกปิด ที่เก็บซ่อนอารมณ์ เหงา และเศร้าไว้ภายใจ เครื่องแต่งกายจะออกมาในลักษณะผสทผสานระหว่างความเก่าและใหม่
ความร่าเริงและเศร้าหมอง |
 |
ออกแบบเครื่องแต่งกายของคนรุ่นใหม่ ที่นำแนวคิดจากเครื่องแต่งกายของชาวเขาที่เน้นการ ถัก ปัก ย้อม ผูก
แต่นำมาประยุกต์ด้วยการใช้สีสันที่สดใส เนื้อผ้าที่บางเบาเพื่อให้เหมาะกับลักษณะนิสัย กิจวัตรของผู้สวมใส่ |
 |
| แกะดำ: งานออกแบบจากราศีเกิด (ราศีเมษ) ชุดนี้คลี่คลายจากลักษณะของแกะ ทั้งเขา ขน ส่วนหน้าท้อง มองผ่านๆจะไม่รู้ว่าเป็นชุดสัตว์ หรือคนเลียนแบบสัตว์ ซึ่งเป็นตัวแทนของอิทธิพลราศีเกิดที่แฝงอยู่ในตัวบุคคล |
 |
เลียน: :วาดภาพแนวแฟชั่นจากภาพคนจริงในนิตยสารCheeze
ผสานเอกลักษณ์ที่เป็นแนววาดของตัวเองที่มีความแข็งกระด้าง และเป็นภาพ2มิติ |
 |
เป็นชุดที่ตัดเย็บจริงแล้วทั้งหมด ในช่วงSUMMERปี2010 ตอนอยู่บ้านว่างมาก และไม่รู้จะทำอะไร
เลยเอาเสื้อผ้าแม่มาREMAKEใหม่ เป็นแนวVINTAGEที่ร่วมสมัย ตามภาพค่ะ |
 |
| บางคนอาจจะเคยเห็นฉันใส่เสื้อผ้าพวกนี้นะ^^ |
 |
| 3 Styles: วาดจากชุดจริงที่มีอยู่ กับรูปลักษณะของตัวเองจริงๆในช่วงเวลานั้น^^ |
 |
Wedding Suit: อันนี้วาดเล่นไม่ได้จะออกแบบจริงจัง สงสัยช่วงนั้นจะมีความรักนะ^^
|
 |
อันนี้เป็นงานแสดงวิธีการตัดเย็บเข็มขัดดอกกุหลาบ ทำจริงออกมาแล้วด้วย บางคนอาจจะเคยเห็นฉันใส่อยู่^^
ออกแบบไว้นานมากแล้ว แต่เมื่อซักอาทิตย์ก่อนไปเดินแถวฟิวจอร์ เจอเข็มขัดดอกไม้วางขาย รู้สึกงง!!เอาอีกแล้วไอเดียฉันเริ่มออกมาวางจำหน่ายอีกอย่างแล้ว เหอะๆบางอย่างฉันคิดได้นะ แต่ยังไม่ว่างทำออกมาขาย ก็เลยกลายเป็นว่าส่วนแบ่งทางการตลาดไปตกอยู่ในมือคนอื่นหมดเลย=="
|
_____งานที่เอามาให้ดูทั้งหมดนี้ออกแบบ วาดเก็บไว้นานมากแล้วน่าจะประมาณม.๕-ม.๖ บางอันเลยอาจจะดูเชย ตื้นเขิน คิดน้อย แต่อยากให้เข้าใจว่านี่คือก้าวแรกๆของการพัฒนาฝีมือ การออกแบบ การวาด การคิดของฉัน สำหรับฉันแล้วฉันค่อนข้างภูมิใจกับมันมาก ฉันเห็นก้าวแรกของฉันตรงนี้ ตรงความชอบความสนใจเรื่องเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ก้าวต่อไปของฉันนั้น ฉันกำหนดมันค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าจะไปทิศทางไหน อยู่ที่ว่าจะทำมันได้จริงมากน้อยแค่ไหนเท่านั้น
_____สำหรับคนที่สนิทกับฉันคงพอรู้ว่าที่บ้านฉันมีกิจการเล็กๆเป็นร้านตัดเสื้้อผ้า พ่อฉันทำธุรกิจนี้้เพียงอย่างเดียวเลี้ยงลูกทั้งสามคน มันเป็นสิ่งที่ฉันภูมิใจมากและคิดว่าพ่อคงภูมิใจในจุดนี้เช่นกัน สำหรับฉันแล้วฉันมองพ่อของฉันเจ๋งมากกกกกก พ่อเป็นเจ้าของกิจการเองตอนอายุ21 สำหรับชีวิตพ่อแล้วพ่อต้องต่อสู้ ดิ้นรน มุ่งมั่น อดทน มาไม่น้อยเลยกว่าจะมาเป็นเจ้าของกิจการเองได้ พ่อฝ่าวิกฤติยุคเสื้อผ้าสำเร็จรูปมาได้ ในขณะที่เพื่อนร่วมอาชีพต้องล้มเลิกกิจการไปทำอาชีพอื่นกันหมด แต่พ่อของฉันยังยืนหยัดอยู่ได้ พ่อยังคงตัดเสื้อผ้าในราคาที่ถูกมากเมื่อเทียบกับราคาท้องตลาดแล้ว เพียงเพราะว่า"พ่อไม่อยากเอาเปรียบคนอื่น ทำเอาพอดีๆพอ" จนตอนนี้พ่อทำอาชีพนี้เพียงอย่างเดียวมาเกือบจะ40ปีแล้ว พ่อคงมีความผูกพันกับอาชีพ กับลูกค้า กับเครื่องมืออุปกรณ์ของพ่อทุกชิ้นไม่น้อยเลย
_____กลับมามองดูชีวิตฉัน ซึ่งฉันเฝ้าครุ่นคิดมานานว่าอะไรเป็นจุดแข็งของฉัน ถ้าการทำงานจริงต้องPUT THE RIGHT MAN ON THE RIGHT JOB แล้ว อะไรคือ RIGHT JOBของฉัน สิ่งไหนที่ฉันทำได้ดี ฉันได้เปรียบเมื่อเทียบกับคนอื่น สิ่งไหนที่ฉันพร้อมทำมันไปตลอดชีวิต เมื่อลองย้อนมองต้นทุนที่ตัวเองมี กลับพบเพียงแค่ข้อเสียเปรียบหลายอย่าง อาทิว่า ไม่มีเส้นสาย ความรู้บริหารงูๆปลาๆ หมดความกระตือรือร้นที่จะเรียนต่อ แล้วฉันจะทำอย่างไรต่อไปดี?? ฉันหาคำตอบมานาน แต่สิ่งที่พบก็มีแค่เพียงคำว่า"เรียนไปให้จบก่อน"ซึ่งในความเป็นจริงมันไม่ค่อยดึงดูดใจให้ตั้งใจเรียนเท่าไหร่เลย จนวันนึงจึงคิดได้ว่าการทำธุรกิจของตัวเองนั้นน่าจะเป็นทางที่โตได้เร็วที่สุด ขึ้นอยู่กับความขยัน การรู้จักเปิดช่องทางทางธุรกิจ การบริหารจัดการ ซึ่งถ้าเป็นทางนี้แล้วสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุดก็คือร้านของพ่อนั่นเอง เมื่อมองอย่างรอบด้านแล้ว มันดูลงตัวจนฉันรู้สึกว่าสิ่งนี้แหละคืองานที่รอให้ฉันกลับไปทำตั้งนานแล้ว คุณคงไม่รู้หรอกว่าฉันชุ่มชื่นใจแค่ไหนที่คิดเรื่องนี้ขึ้นมาได้ หัวใจฉันพองโตแค่ไหนคุณไม่รู้หรอก^^
-----พ่ออายุครบ60ปีพอดี เมื่อฉันเรียนจบ ซึ่งเป็นเวลาพอควรแล้วที่พ่อน่าจะพักจากงานหนักที่พ่อทำมาตลอดชีวิต การใช้สายตาวันละหลายๆชั่วโมงเป็นระยะเวลานานเกินไปอาจส่งผลต่อสุขภาพตาในบั้นปลายได้ การที่จะมีใครขึ้นมาเป็นช่างตัดผ้าเบอร์หนึ่งต่อจากพ่อนั้น จะมีใครอีกที่จะเหมาะสมกว่าลูกสาวของพ่อเอง^^
-----การที่เราจะลงทุนอะไรนั้น มันจะดีกว่ามั้ยถ้าเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ที่เป็นของเราเอง การตกแต่งร้านให้สวย ทันสมัย เท่ากับแต่งบ้านให้สะดวกสบาย คนในบ้านก็สบายใจไปพร้อมกัน(ร้านตัดผ้าของพ่อก็คือบ้านของพวกเรานั่นเอง^^)
-----จะมีอะไรดีไปกว่าการได้ทำงานที่บ้าน เป็นนายตัวเอง เหนื่อยแล้วยังมีตักแม่ให้หนุน วันไหนได้เงินมาก็เอามาเลี้ยงข้าวพ่อแม่วันนั้นได้เลยไม่ต้องรอพ่อแม่ไปธนาคารเพื่อเบิกเงิน ได้กินข้าวฝีมือแม่ทุกมื้อ ไม่ต้องแต่งตัวสวยเพื่อแข่งกับใคร ไปต้องสรรหาสินค้าแบรนด์ ไม่ต้องแคร์สายตาคนบนรถไฟฟ้า จะมีอะไรดีกว่านี้อีก^^
------ท้ายสุด ฉันรักเหลือเกินที่ตัวเองเป็นแบบนี้ ฉันรักในนิสัยเด็กๆของฉัน ความตรงไปตรงมาของฉัน ฉันกลัวว่าถ้าหากฉันพลัดตกเข้าไปอยู่ในวงการคนใส่หน้ากาก วงการการเลียแข้งขา วงจรการกินตามน้ำหรือทวนน้ำ มันจะหล่อหลอมให้ฉันกลายเป็นคนแบบนั้น ฉันไม่ปรารถนาอย่างที่สุดที่จะโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่ฉ้อฉล จำนนต่ออำนาจเหนือกว่า ฉันอยากจะเป็นแบบนี้ พร้อมจะตายไปแบบคนแก่นิสัยเด็กแบบนี้
_____หนทางของฉันเหมือนจะง่ายแต่มันไม่ง่ายเลย พ่อเคยบอกว่า"ถ้าจะเย็บผ้าก็ไม่ต้องไปเรียนหนังสือ" ฉันไม่ยินดีเป็นแน่ที่จะยื่นมือสิบนิ้วไปขอกิจการจากพ่อ ฉันจำเป็นต้องพิสูจน์ให้พ่อเห็นว่า สิ่งนี้ที่เลือกไม่ได้เกิดจากความจำนนหนทาง แต่มันคือการ"เลือกทางที่ดีที่สุด"สำหรับตัวเองแล้ว ฉันจะพยายามทำมันให้ดีที่สุด ขอให้คุณเป็นกำลังใจให้ฉันด้วย___KKK